ว่าด้วยการให้ความสำคัญและความเชื่อ

: ผนังหินอ่อนในห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ Twogether House

ในงานออกแบบโดยเฉพาะงานออกแบบสถาปัตยกรรมนั้น จากจุดตั้งต้นไปสู่ผลสำเร็จของผลงานนั้นล้วนมีขั้นตอนและกลวิธีที่หลากหลาย ซับซ้อน และซ่อนอยู่จนกระทั่งได้เริ่มทำงานเหล่านั้นสถาปนิกผู้ออกแบบจึงจะได้พบ…พบทั้งปัญหาและทางแก้…ทั้งวิธีที่ควรทำและควรเลี่ยง  อาจจะถึงปลายทางอย่างที่ตั้งใจไว้ หรืออาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัยอันสมควร ซึ่งระหว่างทางของการหาคำตอบเหล่านั้นจำเป็นที่จะต้องมีความตั้งใจอันมั่นคง และสิ่งที่ทำให้ความตั้งใจในการแสวงหาคำตอบเหล่านั้นเกิดขึ้นได้ก็คือ “ความเชื่อ” และ “การใส่ความสำคัญ” ลงไปในงานสถาปัตยกรรมเหล่านั้นนั่นเอง

“มันอยู่ที่ว่าเราต้องการอะไร

ถ้าเราให้ความสำคัญ ใส่ความสำคัญลงไป มันก็จะสำคัญ”

– สหวุฒ ปานะภาค

บทสนทนาที่เกิดขึ้นต่อไปนี้คือตัวอย่างหนึ่งของความเชื่อและการให้ความสำคัญต่องานออกแบบอันเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Twogether House กับการออกแบบผนังของห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ของบ้าน ซึ่งมีความพิเศษในการสร้างช่องเปิดออกสู่ธรรมชาติและการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติอย่างหินจริงมาใช้เพื่อสร้างความ “พิเศษ” ให้กับ พื้นที่ส่วนนี้ โดยสถาปนิกสองท่านของ Monotello นั่นก็คือ คุณ ปัทมา พรภิรมย์ และ คุณ สหวุฒ ปานะภาค นั่นเอง

“มันมีความเชื่อบางอย่างอยู่ในนั้น…พอเราได้จับวัสดุจริงๆแล้วค่อยๆใส่รายละเอียดใส่ความคิดลงไป เมื่อเราซื่อสัตย์กับมัน ไม่บิดเบือนมัน ความเป็นจริงของวัสดุกับวิธีการที่ถูกต้องมันประกอบเข้าด้วยกัน มันจะกลายเป็นความเชื่อที่จับต้องได้”

– ปัทมา พรภิรมย์

Q. อยากให้เล่าถึงแนวคิดในการออกแบบบ้านหลังนี้ที่ส่งผลต่อพื้นที่ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่

ปัทมา เพราะว่าบ้านหลังนี้ให้ความสำคัญกับความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกที่ต่อเนื่องกัน เมื่อพิจารณาถึงพื้นที่ในส่วนของห้องน้ำส่วนนี้จึงต้องคิดวิธีที่จะสร้างช่องเปิด และด้วยว่าบริบทรอบๆไม่เหมาะที่จะเปิดออกทางด้านข้างจึงเปิดออกสู่ด้านบนแทน สร้างให้เกิดเป็น Void ที่เปิดออกสู่ท้องฟ้า ผลพลอยได้ก็คือสามารถเปิดเป็นทัศนียภาพให้กับห้องนี้ได้โดยยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่ และทำให้ผู้ใช้รู้สึก Sexy เล็กๆ พอห้องน้ำห้องนี้เปิดออกสู่ธรรมชาติเรื่องของวัสดุหินธรรมชาติก็ตามเข้ามาเกิดเป็น Featured Wall ที่สัมพันธ์กับการเชื่อมโยงธรรมชาติเข้าสู่งานออกแบบของบ้านหลังนี้นั่นเอง

Q. เมื่อได้โจทย์มาแล้วว่าจะใช้หินในการสร้างเอกลักษณ์พิเศษให้กับห้องน้ำห้องนี้ เรามีขั้นตอนการทำงานอย่างไร

สหวุฒ ในช่วงแรกของการออกแบบผนังชุดนี้ หินที่เลือกใช้จะออกเป็นโทนสีดำ จนเมื่อพัฒนาแบบมาเรื่อยๆมีอยู่ครั้งนึงเจ้าของบ้านได้ไปพบกับผนังชุดหนึ่งที่โรงแรมที่เค้าไปพักแล้วเกิดความประทับใจ จึงส่งรูปมาให้ดู ปรากฏว่าเป็นหินอ่อน Arabescato ทิศทางของการออกแบบจึงปรับเป็นผนังหินอ่อนพื้นขาวลายเทาซึ่งก็คือหิน Arabescato อย่างที่เห็น

ปัทมา เป็น Slap หินอ่อน Arabescato เจ้าของเค้าไปเจอที่เข้าตาก็เรียกเราไปดูที่ร้าน

สหวุฒ ณ จุดนั้นก็มีประเด็นที่ส่งผลต่อการทำงานเกิดขึ้นละ ทั้งระหว่างทำงานและภาพจบของงาน ซึ่งตรงจุดนี้เองที่เราต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอนการทำงานอย่างมากตั้งแต่แรกเริ่ม คำถามของเจ้าของบ้านคือเค้าจะจ่ายเงินซื้อหินแล้ว เค้าอยากรู้ว่าหินกองนี้ที่เห็นมัน “ใช้ได้หรือไม่ได้” เพราะฉะนั้นขั้นแรกคือเราก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเจ้าหินกองนี้สามารถใช้งานกับพื้นที่ที่เรากำลังออกแบบอยู่ได้หรือเปล่า

Q. อะไรคือวิธีพิสูจน์ว่าใช้ได้หรือไม่ได้?

สหวุฒ เอาตรงๆเราจะรู้ว่าได้หรือไม่นี่มันบอกทันทีเลยไม่ได้ มันต้องลงมือแล้วถึงจะตัดสินใจว่า “เออได้ !” พอเห็น Slap ผมกับมิคก็เริ่มวัดขนาดแล้ววางแพทเทิร์นตามขนาดที่คิดว่าจะใช้ปูลงไปบนหินแต่ละก้อน เราจริงจังขนาดว่ากำหนดเป็นแนวตัดเลยนะต้องจากข้างนี้ไปข้างนี้ เพื่อให้ส่วนที่ไม่สวยมันไปอยู่เป็นเศษเหลือแทน ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าจะสวยไปทั้งหมด ความเป็นวัสดุธรรมชาติมันคุมยาก แต่พอทำแบบนี้ไปจนถึงจุดนึงเราก็มั่นใจ และกล้าบอกว่า “ใช้ได้ครับ!” ซึ่งเอาจริงๆมันใช้ได้ตามจำนวนพอดีมากๆ มีสำรองเผื่อหล่นแตกอยู่นิดเดียวจริงๆ

ปัทมา พอพี่บอลมั่นใจ เราก็ “เอาวะ…ลองดู!” มันเป็นเรื่องของความเชื่อเหมือนกันนะ คือพอพี่บอลบอกว่าได้ จริงๆเราก็ไม่แน่ใจนะ แต่เราเชื่อพี่บอลเราก็ลองดู ก็ใส่ลงไป เราก็เริ่มถ่ายรูปแพทเทิร์นที่เราวางไว้เพื่อนำกลับมาออกแบบ ถ่ายเสร็จแล้ว ก็นำภาพมาแยกให้กลายเป็นแผ่นๆตามเลขที่เรากำหนดไว้ เพื่อจะได้เรียงให้ออกมาเป็นแพทเทิร์นในหลายๆรูปแบบ โดยที่แพทเทิร์นทั้งหมดนั้นมาจากหินจริงๆที่ได้เตรียมไว้แล้ว แล้ววิธีการนี้ยังทำให้เราสามารถกำหนด Mood and Tone ที่หลากหลายส่งให้เจ้าของบ้านลองดูเป็นออฟชั่นได้อีกด้วย อย่างบางออฟชั่นที่ดูสว่างหน่อย หรือบางออฟชั่นก็ตั้งใจให้ลายเต็มๆสวยๆอยู่ในส่วนที่เห็นได้ง่าย ทั้งหมดทั้งมวลคือถ้าเราไม่ได้เริ่มมาจากแผ่น Slap เลย Process ตรงนี้ก็อาจจะหายไป จะไม่ได้มีการคิดและพูดคุยถึงรูปแบบต่างๆกันเช่นนี้…คงน่าเสียดาย

Q. พอออกแบบเสร็จแล้วก็นำไปติดตั้ง?

ปัทมา ไม่ซิ…เพราะเราต้องนำมาลองวางจริงๆที่หน้าไซต์อีกครั้งก่อนติดตั้ง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน เป็นการ Recheck ทั้งตัวเราเองและช่างไปพร้อมๆกัน

สหวุฒ คือถ้าเราไม่เรียงไว้ เวลาเค้ายกขึ้นไปติดทีละแผ่น มันอาจจะงง แล้วพอพลาดมันก็จะลามไปหมดทุกๆแผ่น

ปัทมา อีกอย่างการแบบนี้ก็ทำให้เราได้ตรวจสอบงานออกแบบของตัวเองอีกรอบ อย่างตอนแรกก็มีออฟชั่นที่พยายามจะหลบๆแผ่นที่สวยน้อยหน่อยให้อยู่ล่างๆให้โดนสุขภัณฑ์บังเอาไว้ คือตอนนั้นคิดเรื่องว่าอยากเอามุมที่สวยน้อยกว่าให้หลบๆไปแล้วเอาสวยๆให้เด่นๆ แต่พอไปอยู่หน้างาน ความรู้สึกตรงนั้นมันเป็นวัสดุจริงมันบอกเราได้มากกว่าแค่ภาพที่เห็นในจอ ถ้าไม่ได้เข้าหน้างานก็คงไม่ได้สรุป เราไปอยู่ตั้งวันสองวัน สุดท้ายเราก็เลือกแต่แผ่นที่ดีที่สุดเข้าไปติดตั้ง พอเลือกได้ ก็ถ่ายรูปเอาไว้แล้วบอกช่างว่า “พี่…เอาแบบนี้นะ พี่ห้ามเรียงผิดนะ” เหมือนเราตัดสินใจได้ดีขึ้นตอนที่จับหินทั้งหมดมาเรียงจริงๆที่หน้าไซต์ พอมาที่หน้างานก็มีปรับอีกทีด้วยนะ เพราะบางครั้งพอตัดมาก็มีที่ผิดไปจากในแบบ ก็ต้องมายืนเล็งและปรับ รวมทั้งให้พี่ๆเค้าช่วยยกแผ่นหมุนสลับดู จนได้แพทเทิร์นที่ดีที่สุด ก็เซอร์ไพรซ์ที่ช่างเชื่อและยอมช่วยทำ น่าจะเพราะเค้าเชื่อว่ามันจะออกมาดี พอช่างเห็นว่าเราตั้งใจมากเค้าก็ให้คุณค่ากับงานที่เราทำไปด้วย งานที่ทำก็ออกมาดี…

Q. ได้อะไรจากงานออกแบบในครั้งนี้บ้าง

สหวุฒ เรื่องการเรียงหินที่หน้างานนี้มันทำให้เราเข้าใจสัจธรรมของธรรมชาติอย่างนึง คือมันไม่เหมือนกระเบื้องที่แกะออกมาแล้วหน้าตามันก็ประมาณเดียวกันหมด อย่างหินนี่เราก็ต้องมานั่งเรียงให้แน่ใจเสียก่อนว่า ก่อนขึ้นปูนี่มันได้อย่างที่เราอยากได้จริงๆนะ ทุกแผ่นมันไม่เหมือนกันเลย พอปูไปแล้วมันเปลี่ยนไม่ได้แล้วนะ เพราะถ้ารื้ออกมาหินแผ่นนั้นก็จะไม่มีแล้ว วัสดุพวกนี้มันเป็นธรรมชาติ มันมีมิติอยู่ข้างในนั้นที่แตกต่างกันไปในแต่ละแผ่น และด้วยความที่มันเป็นวัสดุจากธรรมชาติ นั่นแปลว่าจริงๆแล้วหินเหล่านี้ล้วนมีความงามอยู่ภายในตั้งแต่ยังเป็นก้อนจนเราไปเลือกไปตัดมันออกมา มันก็อยู่ที่เราแล้วว่าจะเลือกตัดเลือกใช้หินเหล่านี้อย่างไร เพราะหินมันมีมูลค่าของมันอยู่ แล้วเราก็คงไม่เอามาตัดทิ้งเพื่อเอาปริมาณเพียงอย่างเดียว บ้านหลังนี้มันสอนให้เราได้ขั้นตอนวิธีที่สามารถตรวจสอบได้ทั้งก่อนและหลังกับการออกแบบสิ่งที่เป็นวัสดุธรรมชาติ แต่มันก็เป็นการลงทุนอย่างนึง คือปกติเค้าก็คงไม่มาทำอะไรแบบนี้หรอก แต่มันอยู่ที่ว่าเราต้องการอะไร ถ้าเราให้ความสำคัญ ใส่ความสำคัญลงไป มันก็จะสำคัญ แม้ว่ามันจะมีขบวนการที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน แต่ก็เรียกได้ว่าคุ้มกับคุณค่าที่ผลงานที่สำเร็จออกมา

ปัทมา มันมีความเชื่อบางอย่างอยู่ในนั้น…มีความจริงบางอย่างอยู่ คือในแบบดีไซน์แรกสุดเลยที่เกิดขึ้นมันเป็น Mood and Tone เฉยๆ แต่พอเราได้จับวัสดุจริงๆแล้วค่อยๆใส่รายละเอียดใส่ความคิดลงไป เมื่อเราซื่อสัตย์กับมัน ไม่บิดเบือนมัน ความเป็นจริงของวัสดุกับวิธีการที่ถูกต้องมันประกอบเข้าด้วยกัน มันจะกลายเป็นความเชื่อที่จับต้องได้ งานออกแบบก็ไปถึงจุดหมายของมันได้อย่างสมบูรณ์ มากกว่านั้น ก็คือเราได้วิธีการใหม่ๆสำหรับงานทำนองนี้

เรื่อง : ปัทมา พรภิรมย์, สหวุฒ ปานะภาค 
เรียบเรียง : วุฒิกร สุทธิอาภา
ภาพ : Tanakit Khum-On, Monotello

Wuthikorn Suthiapa

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s